4 เคล็ดลับ การเลือกของเล่นให้ลูก 12 เดือนแรก

4 เคล็ดลับ การเลือกของเล่นให้ลูก 12 เดือนแรก

4 เคล็ดลับ การเลือกของเล่นให้ลูก 12 เดือนแรก

เด็กจะรู้จักโลกภายนอกโดยการสร้างโลกภายในสมองด้วยการรับข้อมูลจากประสาทสัมผัสต่างๆ และเครื่องมือที่เป็นประตูเชื่อมโลกภายนอกและโลกภายในสมองเข้าด้วยกันที่ธรรมชาติมอบมาให้มนุษย์ทุกคนคือ ตา หู จมูก ลิ้น และร่างกายรวมทั้งมือและเท้า ทุกๆ ครั้งที่เด็กได้เคลื่อนไหวและสัมผัสกับสิ่งต่างๆ รอบตัวโดยใช้ ตาดู หูฟัง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส กายสัมผัสและใจรู้สึกเพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นมีความหมายแล้วละก็สมองจะเก็บทุกข้อมูลนี้ไว้พื้นที่ของสมองและนำมาประมวลผลเกิดเป็นภาพของโลกภายในสมองที่สะท้อนความเข้าใจโลกภายนอกโดยการเรียนรู้เหล่านี้จะเชื่อมโยงกับข้อมูลเดืมที่สมองเคยรู้จักมาแล้วเสมอ สิ่งที่พ่อแม่จะช่วยให้ลูกเกิดการเรียนรู้ได้ดีก็คือ

 

“พ่อแม่เป็นผู้นำการเล่นคนสำคัญของลูกจึงควรจัดสภาพแวดล้อมให้ลูกมีประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านการเล่นและการสำรวจโลกรอบบตัว โดยสนับสนุนให้ลูกได้ใช้ทุกประตูการเรียนรู้อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ เข้าไปเรียนรู้โลก เพื่อสร้างข้อมูลพื้นฐานของโลกภายนอกให้กับสมองได้มากที่สุด การทำอย่างนี้จะเป็นการให้ประสบการณ์ที่เกิดจากการลงมือทำด้วยตนเอง ซึ่งผลจากการลงมือด้วยตนเองเหล่านี้แหละที่จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สมองจะใช้เรียนรู้โลกต่อไป”

อายุ 1-3 เดือน ลูกควรเล่นอะไร

หูและตา เป็นเครื่องมือธรรมชาติที่เด็กใช้มากที่สุดในช่วงเดือนแรกของชีวิต สีที่ลูกมองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่ออายุแรกเกิดถึง 2 สัปดาห์คือ สีขาวกับสีดำ การกระตุ้นให้เด็กฝึกใช้สายตาในการมองในช่วงเดือนแรกจึงควรใช้ของเล่นที่มีสีขาวและดำ หลังจากนั้นจึงค่อยเพิ่มสีที่ตัดกัน เช่น ชมพู-ฟ้า เหลือง-แดง หรือเขียว-แดง และในของเล่นเหล่านั้นควรมีเสียงเพื่อกระตุ้นให้เด็กหันมองตามด้วย หากเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงที่แตกแต่งกันก็จะยิ่งช่วยเพิ่มข้อมูลเรื่องความต่างของเสียงให้กับสมองข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สมองจะนำมาต่อยอดสร้างเป็นกระบวนการเรียนรู้เรื่องภาษาต่อไป

สำหรับการเล่นของเด็กในช่วงเดือนที่ 2 ควรจำไว้ว่า ตา หู จมูก ลิ้น และร่างกายของเด็กในวัยนี้จะพัฒนามากขึ้น เด็กเริ่มจดจำกลิ่นของพ่อแม่ ทดลองชิมและลิ้มรสชาติของพ่อแม่ เด็กเริ่มเคลื่อนไหวร่ายกายเพื่อไขว่คว้าสิ่งของที่อยู่ในระยะที่มองเห็นได้และมักจะนำสิ่งของที่คว้าได้เข้าปาก ของเล่นในช่วงเดือนนี้ควรเป็นของเล่นที่เด็กสามารถจับได้อย่างเหมาะมือ และมีพื้นผิวที่สัมผัสที่หลากหลาย จนเข้าสู่เดือนที่ 3 ลูกจะเริ่มเป่าน้ำลาย เล่นกับกล้ามเนื้อบริเวณลำคอเพื่อพัฒนาการเปล่งเสียง ขยับปากทำเสียงอืออาเพื่อทดลองออกเสียง ดังนั้นการพูดคุยกับลูกโดยให้ลูกเห็นวิธีการขยับปากพูดของพ่อแม่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรให้ความสนใจคือ

อายุ 4-6 เดือน ลูกควรเล่นอะไร

เด็กที่มีอายุในช่วง 4-6 เดือนจะเริ่มใช้ร่างกายเข้าไปเรียนรู้โลกมากขึ้น การขยับเครื่อนไหว ไปจนการมีความสามารถในการพริกคว่ำตัวได้จึงทำให้เด็กเริ่มมีความสนใจเชิงสำรวจ การซ่อนของเพื่อให้ลูกได้ค้นหา การเทียบเสียงที่ลูกเคยได้ยินในของเล่นที่เคยเล่นกับเสียงจริงของแม่เพื่อให้เกิดการเทียบเสียงกับการออกเสียงที่เป็นภาษา จะเป็นการช่วยให้สมองเชื่อมโยงประสาทการณ์ใหม่กับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ได้ การช่วยให้ลูกได้เล่นของแล้วเล่นสลับมือถือของไปมาทั้งมือซ้ายและมือขวาด้วยตัวเองจะทำให้ลูกมีพัฒนาการสั่งการของสมองทั้งสองด้าน การท่องบทกลอนหรือร้องเพรงให้ลูกฟังในช่วงเวลาของการเล่น นอกจากจะทำให้ลูกมีความสุข ซาบซึ้งและจดจำความหมายของการเล่นแล้ว ยังเป็นการฝึกความเข้าใจเรื่องภาษาโดยตรงอีกด้วยดังนั้นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้ก็คือ

“พ่อแม่เป็นของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับลูก สิ่งที่พ่อแม่ควรเข้าใจคือไม่ว่าของเล่นจะดีแค่ไหนแต่คนที่เล่นด้วยก็สำคัญกว่าของเล่น เพราะคนที่เล่นด้วยจะทำให้การเล่นนั้นมีความหมายและสมองจะจดจำความหมายจากการเล่นเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ภายในสมอง”

“ถ้าอยากให้สมองจดจำความหมาย และเรื่องภาษาได้ง่ายๆ สิ่งที่พ่อแม่ควรให้ความสนใจคือเรื่องเวลาซ้ำและสม่ำเสมอ เช่นถ้าลูกได้เล่นช่วงเวลา 9 โมงเช้าเวลาของการใช้บทกลอนและบทเพลงในระหว่างการเล่นก็ควรเป็นเวลา 9 โมงด้วย โดยควรทำซ้ำสม่ำเสมอเป็นเวลาเดิมทุกวันอย่างน้อยสองถึงสามเดือนจึ่งค่อยเปลี่ยนเพลงหรือบทกลอนใหม่”

อายุ 7-9 เดือน ลูกควรเล่นอะไร

เด็กในช่วงวัยนี้ระยะการเรียนรู้โลกเริ่มไกลขึ้นไปจากเบาะที่เคยนอนตอนวัยแบเบาะ เมื่อร่างกายเริ่มแข็งแรงจนคลานได้ลูกก็จะเริ่มคลานออกไปเพื่อจะสำรวจโลกได้ในระยะไกลขึ้นการใช้ของเล่นที่มีเสียงอยู่ข้างในกลิ้งไปบนพื้นเพื่อให้ลูกคลานตามก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สมองเชื่อมโยงเรื่องการได้ยินกับการเคลื่อนไหว การร้องเพลงเพื่อให้ลูกยืนตั้งไข่พร้อมกับการเขย่าของเล่นที่มีเสียงให้เข้ากับจังหวะของเพลงก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ลูกเข้าใจเรื่องจังหวะ ซึ่งจังหวะเป็นเรื่องสำคัญที่ลูกสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในสมองที่จะทำให้ลูกต่อยอดในการเคลื่อนไหว การพูด การสร้างสมดุลของร่างกายได้ในช่วงอายุต่อไป เรื่องต่อไปนี้เป็นอีกสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรส่งเสริมให้เกิดขึ้นในช่วงวัย 7-9 เดือนของลูก

“พ่อแม่ควรให้ลูกได้ลองใช้วัสดุเคาะสิ่งต่างๆ ให้เกิดเสียงที่แตกต่างกันไป เช่นใช้ช้อนเคาะโต๊ะ หรือใช้ไม่เคาะพื้น เคาะด้วยจังหวะที่สั้น จังหวะที่ยาว เคาะหนึ่งจังหวะ สองจังหวะ สามจังหวะแตกต่างกันไป ที่สำคัญอย่าลืมการเล่นที่ซ้ำสม่ำเสมอในเวลาเดิมนะคะ เพราะสิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของสมองได้ดียิ่งขึ้น”

อายุ 10-12 เดือน ลูกควรเล่นอะไร

ในช่วงวัยนี้พ่อแม่มักจะรู้สึกว่าเจ้าตัวน้อยของเราฉลาดเหลือเกิน และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ เพราะในช่วงวัยนี้เด็กตัวน้อยที่เคยนอนแบเบาะในตอนแรก ยืนด้วยตัวเองได้แล้วและยังเริ่มที่จะก้าวเดินอีกด้วย ตอนนี้สมองน้อยๆก็เต็มไปด้วยข้อมูลมากมายที่รับเข้ามาจากโลกภายนอกเพื่อสร้างเป็นโลกภายในสมอง ลูกจึงพูดได้หลายคำ รู้จักสิ่งของมากขึ้นชี้บอกความต้องการของตนเองได้ รู้จักเปรียบสิ่งของเล็ก-ใหญ่ เหมือน-ต่าง การเล่นโดยให้ลูกเปรียบเทียบที่สีสันที่ไม่เหมือนกัน สีสันที่ตัดกัน ขนาดที่แตกต่างกัน รูปทรงที่แตกต่างกันก้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะให้สมองมีข้อมูลที่หลากหลายของโลกรูปทรงพื้นฐานเช่น สามเหลี่อม สี่เหลี่อม วงกลม จึงเป็นรูปทรงที่ลูกควรได้เรียนรู้ ของเล่นที่มีควรเรียบง่ายทำให้เห็นรูปทรงเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนจึงสำคัญมากกว่าของเล่นที่ซับซ้อนมองไม่เห็นรูปทรงพื้นฐานสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้คือ

“เด็กในวัยนี้ควรได้เรียนรู้จากความเรียบง่าย รูปทรงพื้นฐานที่ชัดเจน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อมูลเริ่มแรกที่สมองจะเก็บไว้เพื่อการต่อยอดเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ต่อไปเช่น สี่เหลี่อม สามเหลี่อม วงกลม เป็นรูปทรงพื้นฐานของสิ่งของต่างๆ บนโลกเช่น สมุด ผลไม้ จานชาม ฯลฯ ไปจนถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆ บนโลกของเล่นที่มีกลไกที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีมากเช่นเคลื่อนไหวได้เองด้วยพลังงานมีกลไกข้างในที่เด็กมองไม่เห็น จะไม่ช่วยเสริมความฉลาดให้ลูกได้ถ้าพ่อแม่ไม่สร้างความเข้าใจโดยเริ่มจากข้อมูลพื้นฐานไปก่อน อย่าลืมเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ การเรียนรู้จึงไม่เหมือนกัน พ่อแม่ต้องระลึกอยู่สเสมอว่าเด็กต้องให้เห็นสัมผัส ทดลองลงมือทำ และเห็นผลจากการทำด้วยตนเอง จึงจะเข้าใจ จดจำและเกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้ในสมองได้”

ที่มาเนื้อหานิตยสาร Little Baby

สนใจสั่งซื้อสินค้า Click ที่นี่ได้เลยค่ะ